53km สำรวจโลก

บันทึกจากวันที่ 2 ตุลาคม 2559 เพราะสมัครสนาม PYT100 ไว้ การเข็นตัวเองออกไปซ้อมก็ต้องมีบ้าง เพื่อให้ชินกับความชันที่ต้องพบเจอ การฝึกซ้อมกำลังขา การกินระหว่างทาง หลังจากจบ 50K ที่ Columbia Trail master ที่หนองเขียว ก็ไม่เคยเกินระยะ 50K อีกเลย ถ้างั้น เราควรออกไปซ้อม เหมือนจะสอบ เราก็ต้องอ่านหนังสือ แต่เพราะเป็นเด็กขี้เกียจก็เลยเหมือนอ่านหนังสือก่อนสอบไม่นาน โถ่วว วันนั้นเราออกไปซ้อมพร้อมกับมนุษย์ขาเทรลอีก 4 คน พี่เติ้ล จ๊อบ บิ๊ก เป้า เส้นทางที่ไปคือ Basecamp – วังบัวบาน – บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน – ดอยปุย – ผากลอง – สวนพฤกษศาสตร์ – Site B – บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน – วังบัวบาน – Basecamp…

อีกสองวัน ฉันจะวิ่ง 100 กิโลเมตร ครั้งแรก

สมัคร Race นี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2016 เหลือเวลาอีกสองวันแล้ว กับการเอาชนะใจตัวเองกับระยะ 100 กิโลเมตร เสาร์ 12 พ.ย. นี้ เตรียมของให้พร้อม เตรียมแรงเอาไว้ ก้าวไปตามจังหวะของตัวเอง ขอให้โชคดี

ไดอารี่หน้าญี่ปุ่น 2016 ตอน เดินทางไป Onomichi (ต่อ)

จาก Hiroshima ปลายทางที่เมือง Onomichi ทันทีที่ถึงสถานีนี้ พระอาทิตย์ก็กำลังจะตกพอดี แสงสวยมาก และบ้านเมืองก็น่ารักมาก ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในฉากนึงของการ์ตูน Ghibi อากาศหนาวๆ เสียงรถไฟ และความพลุกพล่านของสถานีที่มีเสียงเดินไปเดินมา แต่กลับรู้สึกสงบ มองไปรอบสถานี มีรถถีบติดประดับไว้ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่า เรามาถูกที่แน่นอน (เมือง Onimochi เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับนักปั่นเลย ท่องเที่ยวแบบรักการปั่น เพราะสามารถไปปั่นจักรยานข้ามเกาะ ซึ่งเป็นเส้นทางปั่นที่สวย และดีงามมาก) ตอนเดินไป Hostel ก็มีกลุ่มเด็กๆ ปั้นรถถีบกลับบ้าน เราพักกันที่ Hostel Anago (แปลว่าปลาไหล) ที่พักหน้าแคบ ลึกเข้าไปข้างหลัง ยาวเป็นแบบปลาไหลจริงๆ ด้วย ที่นอนที่นี่อุ่นมาก  เรานอนห้องพักรวมเป็นแบบเตียงสองชั้น วันนั้น เราก็ออกมาเดินสำรวจเมืองเพื่อหามื้อเย็น แต่ว่าร้านก็ปิดเร็วมาก แต่โชคดี มีร้านชาบูเทพร้านนึงที่ยังไม่ปิด แถมอร่อยด้วย พูดแล้วตอนนี้ก็หิวเลย > < ตอนดึกๆ มีนักเดินทางหลายคนลงมานั่งเล่นหมากกระดานที่ห้องนั่งเล่น ส่วนใหญ่ก็เป็นคนญี่ปุ่น  มีแต่กลุ่มเราที่เป็นคนไทย เราพักที่ Anago หนึ่งคืน…

ไดอารี่หน้าญี่ปุ่น 2016 ตอน เดินทางไป Onomichi

พยายามจะบันทึกสิ่งที่ได้พบเจอ ดีจังที่ตอนนั้นเขียนเรื่องแบบนี้ไว้ กลับมาอ่านอีกทีก็ยังแอบยิ้มอยู่ ^^ ตอนที่ไปญี่ปุ่น Onomichi เป็นอีกจุดหมายหนึ่งที่อยากไปเยือนให้ได้ การเดินทางก็มีต่อรถไฟบ้าง เราจึงต้องทำการบ้านไปนิดนึง แต่พอไปถึงสถานีรถไฟเท่านั้นแหละ งงเป็นงง การถามผู้รู้เป็นวิธีที่จะช่วยให้เรามั่นใจว่าไปถูกแล้วมากสุด นอกจากป้ายที่บอกว่าจะไปเมืองไหน อะไรยังไง พี่พนักงานรถไฟเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรามองหา ตอนนั้นเราเดินทางจาก Kyoto ไปยัง Hiroshima เพื่อทำความรู้จักกับเมือง เมืองนี้ เคยไปเที่ยวที่ช่องเขาขาด กาญจนบุรี ที่นั่นมีประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่สองอยู่ มันจึงทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่อยากไปดูมุมมองของญี่ปุ่นบ้าง Hiroshima  จึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เราต้องไปเยือนให้ได้ พอชมเมือง Hiroshima แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องเดินทางไป Onomichi ต่อ ในรูปเราชอบกระดาษ Post it มาก เป็นลายมือของเจ้าหน้าที่รถไฟ พี่พนักงานกลัวเราไม่รู้เรื่อง เลยเขียนชื่อสถานีใส่กระดาษให้ แล้วก็ย้ำอย่างดีว่าลงที่นี่นะ อยู่บนรถไฟก็ยังสนุกมาก เปิดทั้ง Google map ดูรางรถไฟ / เทียบข้อความในกระดาษกับป้ายรถไฟ / ข้างทางก็ต้องมอง เพราะเมืองเขาน่าอยู่มาก ตื่นตา ตื่นใจ และตื่นเต้นอีกตางหาก :…

The Mountain is Calling

กลับมาเชียงใหม่เที่ยวนี้ พกเป้น้ำ รองเท้าเทรลกลับมาด้วย เป็นความตั้งใจว่าต้องไปดอยให้ได้ ฝุ่นควันไม่มีแล้ว แนวเทือกเขาบ้านเรามันสวยจริงๆ ไม่อยากให้ฝุ่นควันมันมาอีกเลย วันนี้มีโอกาสได้ไปหมู่บ้านขุนช่างเคี่ยน ด้วยการวิ่งไป .. ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเอง นัดกับพี่ๆไว้ประมาณ 6.30 น. โดยขึ้นจากทางวัดผาลาด ช่วงนี้ดอยสุเทพน่าหลงใหล ต้นไม้ที่แห้งๆจากฤดูร้อน ก็เริ่มผลิใบเขียวชะอุ่ม ถึงวันนี้ท้องฟ้าไม่สดใส แต่อากาศก็เป็นใจ และวันนี้โชคดีมาก ที่ไม่เจอฝนตก แต่ก็พอมีหมอกให้เราได้เย็นสบาย เหมือนหลงไปอยู่ในอีกดินแดน ที่สวยงามมาก และคืนความสงบจิต สงบใจให้เรา ถึงครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สองที่มาวิ่งขึ้นดอยทางเทรลแบบนี้ แต่เราก็ยัง ว๊าวววว ทุกครั้งที่เห็นวิวสวยๆ วันนี้ไม่ค่อยเจอแดด เราไปถึงพระธาตุดอยสุเทพโดยใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงนิดๆ แปดโมงกว่า พระธาตุยังคนไม่เยอะ แต่ก็มีกลุ่มนักปั่นที่ปั่นขึ้นมา บนยอดดอยสุเทพ ที่พระธาตุเราได้สมาชิกร่วมเดินทางมาเพิ่มอีกหนึ่งคนมาเป็นคนนำทางซะเลย : D ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดี หรือโชคร้ายของพี่ต่อที่มาเจอพวกเรา ตอนแรกพี่ต่อจะวิ่งสัก 8-10 โล พอไปกับพวกเรากลับได้ 1 ฮาล์ฟ อ้าววว!! 5555 เราเดินทางกันต่อ จากพระธาตุไปขุนช่างเคี่ยน ระหว่างทางก็เจอชาวบ้านกำลังเก็บ ลิ้นจี่ เก็บลูกท้อ…

กรอบ

ที่อ๊อฟฟิตมีเด็กๆมาฝึกงานสองคน เด็กมัธยมปลาย ที่มีความสนใจในการเป็นเกมดีไซน์เนอร์ วันแรก ก็มีการแนะนำตัวน้อง น้องก็ทำสไลด์มาแนะนำตัว สไลด์เล่าเรื่องราวของน้อง ความสามารถของน้องงานอดิเรก และสิ่งที่น้องอยากเป็น เราดูก็ได้แต่ว๊าววววววว เด็กสมัยนี้ไปไกลมาก ความสามารถเพียบ วาดรูปสวย มีผลงานที่เห็นถึงความตั้งใจจริง สมัยนั่นเรายังนั่งเล่น Hi5 อยู่แน่ๆ น้องๆมาช่วยเรียกความฝันที่หายไปของพี่กลับมา ที่อ๊อฟฟิตดูมีชีวิตชีวาขึ้น ความสดใส ของเด็กๆ มันสดใหม่จริงๆ บางทีประสบการณ์มันก็ดีไม่ให้เราผิดพลาดอีก แต่การรู้มากๆ ก็ทำให้เราไม่อยากลงมือทำอะไรเพราะกลัวล้มเหลว และผิดหวัง เป็นการสร้างกรอบโดยไม่รู้ตัว  ยิ่งโตก็ยิ่งกรอบหนาขึ้น แต่เด็กๆไม่มีกรอบ เขามีจินตนาการ ที่ไม่ถูกตีกรอบไว้ รู้ตัวแล้ว เอากรอบตัวเองออกไปได้รึยัง ..  : D

วัยรุ่น

โลกสวยงาม มันมีอยู่ในช่วงหนึ่งของชีวิต มองสิ่งไหนก็ดีไปหมด น่าเรียนรู้ไปหมด จนวันนึงเราโตขึ้น เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ความเพ้อฝันน้อยลง จินตนาการน้อยลง บางทีก็หลงลืมว่าเราเคยอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร และเวลาผ่านไป เรากลับมาถามตัวเองว่า เราทิ้งอะไรไป เราลืมอะไรไปบ้าง ความฝันนี้มันหายไปตอนไหนนะ …. เห้ย เรายังทำมันได้อยู่มั้ย มันเหมือนเราถอดใจออกไป ไฟดับแล้ว .. ต้องทำยังไง เอากลับมาได้อยู่รึเปล่า เดทไลน์ชีวิตมีถึงเมื่อไหร่ไม่รู้ เดทไลน์การใช้ชีวิตให้มีชีวิตก็เหมือนกัน วัยรุ่น #เพ้ออะไร  

เกียวโตอีกครั้ง (ภาค 2)

จากเสียงปืนปล่อยตัวนักกีฬา ที่ดังไม่มาก มีเฮลิคอปเตอร์บินอยู่บนท้องฟ้ามาบันทึกภาพทางอากาศด้วย Block F ผ่านจุดสตาร์ทแล้ว ค่อยๆวิ่งออกไป คุม Pace ไม่ให้ไวไปตามกระแส ที่เกียวโตมาราธอนทางแคบนิดนึง.. ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยจะศึกษาเส้นทางก่อนวิ่งเลย เป็นสายลุ้นระทึกมากกว่า พอกลับมาดู เอะเราวิ่งผ่านอะไรไปบ้างนะ ขอเรียบเรียงหน่อย เราวิ่งผ่านมรดกโลก 7 แห่ง Tenryu-ji Temple, Ninna-ji Temple, Ryoan-ji Temple, Kinkaku-ji Temple, Kamigamo-jinja Shrine, Shimogamo-jinja Shrine และ Ginkaku-ji Temple   ช่วงกิโลต้นๆ ผ่าน Umenomiya-taisha Shrine จากนั้นก็วิ่งเลียบแม่น้ำ  Katsura ตอนกิโลที่ 7 ปวดฉี่มาก เลยตัดสินใจแวะฉี่ เป็นครั้งแรกที่เข้าห้องน้ำเคลื่อนที่ของญี่ปุ่น ตลอดระยะทางก็มีคนเชียร์เรื่อยๆเลย กัมบัตเตเนะ .. ไฟท์โต๊ะ ๆ ยื่นมือมาแปะๆให้กำลังใจเหมือนโตเกียวมาราธอน ช่วงแรกมีสะพานนิดๆ ประมาณกิโลที่ 10 ผ่านวัด Ninna-ji วิ่งไปเรื่อยๆ…

เกียวโตอีกครั้ง

ล็อตเตอร์รี่เกียวโตมาราธอน ทำให้เรากลับมาญี่ปุ่นอีกครั้งช่วงเวลาเดิม มาญี่ปุ่นฤดูหนาวอีกแล้ว .. มาราธอนที่ดินแดนแห่งนี้ครั้งที่ 2 พร้อมกับความหนาวแบบสะใจ เช้าวันเกียวโตมาราธอนตื่นมาด้วยอากาศ 7 ํC เดินออกจากบ้านพักที่จองจาก airbnb ไปสถานี Omiya ชอบที่ Race นี้ให้ถุงไว้ใส่ของเพื่อฝากไว้ใหญ่มาก ทำให้วันนี้สามารถใส่เสื้อโค๊ทตัวโตคลุมออกไปด้วยได้ เพราะคิดว่าสามารถพับเก็บใส่ถุง ฝากก่อนวิ่งได้แน่นอน เราไปถึงจุดสตาร์ทที่ Nishikyogoku Athletic Stadium แต่เช้าเลย (มีอาจารย์เคนชิโร่ หนึ่งในสมาชิกโตเกียวมาราธอนเมื่อปีที่แล้วไปด้วย) รอปล่อยตัว อีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งตอนนั้นหนาวมากๆ จึงหามุมหลบลม รอนานไปก็เริ่มหิว เพราะกินกล้วยหอมมาแค่หนึ่งลูก พยายามเดินเล่นเผื่อมีของกิน แต่ก็ไม่เจอเลย ตอนนั้นแค่ได้น้ำร้อนมากินสักแก้วก็ดีใจแล้ว แต่ไม่มีเลย เขามีแต่น้ำอุณหภูมิธรรมชาติให้ ..เย็นเจี๊ยบ (ความหนาวและหิวมันช่างทรมาณ TT) อาจารย์แบ่งคิทแคทให้หนึ่งแท่ง .. คิทแคทนี้อร่อยมาก ไม่เคยกินช็อคโกแล็ตอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย > < ถึงเวลาเอาของไปฝากแล้ว ต้องถอดเสื้อโค๊ทเก็บใส่ถุงเอาไปฝากที่รถรับฝากของ และเดินไปที่ block F เพื่อรอปล่อยตัวตามสถิติมาราธอนที่ลงไปตอนสมัคร (ตอนนั้นน่าลงไปประมาณ 4:30…